เผยแพร่เมื่อ : ศุกร์ 10 เมษายน 2569 โดย นางสาวกิ่งกานต์ สาริวาท จำนวนผู้เข้าชม 85 คน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาชุมชน เครือข่ายวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการในพื้นที่ ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน “สครับจากเมล็ดและใบฝรั่งกิมจู” ภายใต้แบรนด์ “จันทร์จินดา” จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่น จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการ Knowledge-Based OTOP (KBO) การประกวดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ณ ลานจริงใจมาเก็ต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP สู่ตลาดสมัยใหม่ และส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
โดยชุมชนผู้ผลิตในตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน มีพื้นที่ปลูกฝรั่งกิมจูมากกว่า 5 ไร่ รวมกว่า 800 ต้น โดยนำผลผลิตหลักมาแปรรูปเป็นฝรั่งอบแห้งสีทองที่คงรสชาติดั้งเดิม พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ เช่น คลุกบ๊วย และคลุกพริกเกลือ อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการแปรรูปยังมีวัตถุดิบส่วนเหลือ โดยเฉพาะเมล็ดและไส้ฝรั่งมากกว่าร้อยละ 20 ของผลผลิตทั้งหมด ซึ่งเดิมถูกนำไปใช้เป็นอาหารปลา จึงต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ “จันทร์จินดา” เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการชุมชน ในการนำองค์ความรู้ด้านการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตร มาบูรณาการกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสมุนไพรไทย พัฒนาวัตถุดิบเหลือใช้จากฝรั่งกิมจู (Guava Waste) ให้เกิดมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์ สครับธรรมชาติ (Natural Scrub) ภายใต้แนวคิด “From Waste to Wellness” ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และตอบโจทย์ตลาดสุขภาพและความงามในปัจจุบัน
โครงการดังกล่าวดำเนินงานโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์หฤทัยรัตน์ จันต๊ะคาด อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการการพัฒนาโซ่อุปทานสินค้าเกษตรอินทรีย์ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ โดยมุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการวางแผนตลาดและโซ่อุปทาน ทั้งนี้ มทร.ล้านนา เชียงราย ทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรม โดยทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น นอกจากนี้ ชุมชนยังมีแผนพัฒนาพื้นที่สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยต่อยอดจากสวนฝรั่งปลอดภัย เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้กระบวนการผลิต และร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ในแปลงเกษตร อันจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้หลายช่องทาง และยกระดับชุมชนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
แนวทางการพัฒนาดังกล่าวสะท้อนการดำเนินงานภายใต้ “Chiang Rai Smart Community” หรือเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเพื่อสังคม ซึ่งเป็นต้นแบบการยกระดับทรัพยากรท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเชื่อมโยงสู่ภาคการท่องเที่ยว ความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่ยังตอกย้ำพลังของความร่วมมือในการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นมูลค่า และต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภาพ/ข่าว : คณะวิศวกรรมศาสตร์

ออกแบบและพัฒนาโดย สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา