โลโก้เว็บไซต์ รมต.ช่วย กระทรวงศึกษาฯ ชื่นชม โครงการ Betagro WiL TVET Academy ยกเป็นโครงการต้นแบบในการปฏิรูปการศึกษา คาดเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์การเรียนในอนาคต  | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

รมต.ช่วย กระทรวงศึกษาฯ ชื่นชม โครงการ Betagro WiL TVET Academy ยกเป็นโครงการต้นแบบในการปฏิรูปการศึกษา คาดเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์การเรียนในอนาคต

เผยแพร่เมื่อ : พุธ 27 มีนาคม 2562 โดย อภิญญา พูลทรัพย์ จำนวนผู้เข้าชม 442 คน

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ ผู้อ่านสามารถให้คะแนนบทความได้จากปุ่มข้างใต้

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร ผู้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนในโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะ เพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ โดยมี รศ.ศีลศิริ สง่าจิตร ผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานของ “หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตรและชีวภาพ เอกวิศวกรรมเกษตร” ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา ได้ร่วมกับ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ในการสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพ สู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ New S-Curve และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (New Growth Engines) ของประเทศส่งผลให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางในนามของโครงการ Betagro WiL TVET Academy ณ โรงงานอาหารสัตว์เบทาโกร จังหวัดลพบุรีนั้น สืบเนื่องมาจากโครงการได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษาแล้วและมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการความรู้จากภาคอุตสาหกรรมและการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ซึ่งแตกต่างจากการจัดการเรียนการสอนแบบทั่วไป ดังนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป็นไปตามแนวทางการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่จึงต้องมีการตรวจติดตามจากคณะทำงานผู้เสนอนโยบาย

รศ.ศีลศิริ สง่าจิตร ผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มทร.ล้านนา กล่าวว่า”เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติหรือเป็นอุดมศึกษาสำหรับวิชาชีพ ดังนั้น จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะช่วยให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเพื่อเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในระดับสูงขึ้น  โครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิต ตามนโยบายปฏิรูปอุดมศึกษาไทยเกิดขึ้นโดยความร่วมมือกับบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)จัดการเรียนการสอน โครงการ Betagro WiL TVET Academy โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะความรู้ความสามารถและทักษะของพนักงานในสายการผลิต และเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานเพื่อให้มีความก้าวหน้าในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นโดยมีการดำเนินมาเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษาแล้ว ซึ่งแตกต่างจากโครงการอื่นซึ่งผู้เรียนเป็นนักศึกษาโดยคนทำงานกลุ่มนี้จะได้เพิ่มทักษะในการทำงาน การคิดวิเคราะห์ในงานที่ทำโดยมหาวิทยาลัยจะช่วยปิดช่องโหว่ในการทำงานเมื่อจบการศึกษาแล้วสถานประกอบการจะได้บุคลากรที่มีคุณภาพพร้อมก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น มีความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจน”

ผศ.ดร. นิวัตร มูลปา รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและพัฒนาระบบได้ นำเสนอรูปแบบโครงการ Work-integrated Learning ของ มทร ล้านนา และความเป็นมาของโครงการ Betagro WiL TVET Academy เปิดเผยว่า โครงการนี้เริ่มมาจากความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมองหาสถานศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการได้ จากนั้นมีการพัฒนาหลักสูตรที่ใช้สำหรับการเรียนการสอนร่วมกันโดยจัดทำเป็น module การเรียนรู้ พร้อมทั้งให้รายละเอียดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการเป็น facilitator พร้อมทั้งได้นำเสนอแผนการดำเนินงานภายใต้ใครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ในอนาคตซึ่งจะเน้นการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนร่วมกันระหว่างสถานประกอบการและมหาวิทยาลัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและประสิทธิภาพของผู้เรียนอย่างสูงสุด จากนั้นเป็นการนำเสนอการเรียนรู้ของนักศึกษาในดครงการจากตัวแทนนักศึกษาซึ่ง ตัวแทนนักศึกษากล่าวว่า นักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมโครงการมีความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาไทย”

“ทั้งนี้ มทร.ล้านนาสามารถตอบโจทย์ของโครงการได้เป็นอย่างดี ขอชื่นชมการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างมทร.ล้านนาและบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ที่ได้ดำเนินการร่วมกันสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่จนเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยคาดหวังให้โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ นี้เป็นโครงการต้นแบบในการปฏิรูปการศึกษา ที่ใบปริญญาจะมีความสำคัญน้อยลง เนื่องจากรูปแบบการเรียนรู้ของคนนั้นเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งสามารถเรียนออนไลน์และเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องมานั่งเรียนในห้องเรียน สถาบันการศึกษาจึงต้องปรับการเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ ด้วยการเสริมสร้างทักษะให้ไปปฏิบัติงานได้จริง พร้อมกับพัฒนาทักษะให้เปลี่ยนชีวิตตนเองและพัฒนาไปสู่การเป็นผู้นำ” ศ.คลินิก นพ. อุดม กล่าวปิดท้าย







ออกแบบและพัฒนาโดย สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา